Home บทความทั้งหมด ระเบียบการลา 2555
ระเบียบการลา 2555 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ผอ.ขา   
วันพุธที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๐๐:๐๐ น.

ระเบี ยบสํ านั กนายกรั ฐมนตรี

ว่ าด้ วยการลาของข้ าราชการ

.ศ.  ๒๕๕๕

  

 

 

 

 

โดยที่เป็ นการสมควรปรับปรุงระเบียบว่ าด้วยการลาของข้าราชการให้ มี ความเหมาะสม

และสอดคล้องกับการปฏิบัติ ราชการ   อาศั ยอํานาจตามความในมาตรา  ๑๑  (๘)  แห่ งพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิ น พ.ศ.  ๒๕๓๔  นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงวางระเบียบไว้ ดังนี้

ข้ อ ๑ ระเบี ยบนี้ เร ียกว่ า  “ระเบี ยบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่ าด้วยการลาของข้าราชการ  พ.ศ.  ๒๕๕๕”

ข้ อ ๒ ระเบียบนี้ ให้ใช้ บังคั บตั้งแต่ วันถั ดจากวั นประกาศในราชกิ จจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้ อ ๓ ให้ ยกเลิ ก

(๑) ระเบี ยบว่ าด้ วยการลาของข้ าราชการ  พ.ศ.  ๒๕๓๕

(๒) ระเบี ยบว่ าด้ วยการลาของข้ าราชการ  (ฉบั บที ่   ๒)  พ.ศ.  ๒๕๓๙

(๓) ระเบี ยบว่ าด้ วยการลาของข้ าราชการ  (ฉบั บที ่   ๓)  พ.ศ.  ๒๕๔๒

ข้ อ ๔ ให้ ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี รักษาการตามระเบี ยบนี้ และมีอํานาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติ ตามระเบียบนี้

 

หมวด  ๑

บททั่วไป

ข้ อ ๕ ในระเบียบนี้

“ปลัดกระทรวง”  ให้ หมายความรวมถึงปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี   ปลัดทบวง  และรองปลัดกระทรวงผู้ เป็นหัวหน้ากลุ่มภารกิ จ

“หัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรง”  หมายความว่า  ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี   ปลัดกระทรวง หรือปลัดทบวง  ในฐานะผู้บังคับบัญชาสํานักงานปลั ดสํานักนายกรัฐมนตรี   สํานักงานปลั ดกระทรวง หรือสํานักงานปลัดทบวง  แล้วแต่กรณี   หัวหน้าส่วนราชการที่ มีฐานะหรือไม่ มีฐานะเป็นกรมซึงขึ้ นตรงต่อนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี   หรือหัวหน้าส่วนราชการที่มีกฎหมายกําหนดให้การปฏิบัติ ราชการขึ้นตรงหรืออยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี    

“หัวหน้าส่วนราชการ”  หมายความว่า  อธิบดี   หัวหน้าส่ วนราชการที่ เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม  หัวหน้าส่วนราชการซึ่งไม่มีฐานะเป็นกรมแต่มีฐานะเป็นอธิบดี   ผู้ว่ าราชการจังหวัด  และให้ หมายความรวมถึงเลขานุการรัฐมนตรี ในฐานะผู้บังคับบัญชาสํานักงานรัฐมนตรีด้ วย

“เข้ารับการตรวจเลือก”  หมายความว่ า  เข้ารั บการตรวจเลือกเพื่อรับราชการเป็ นทหารกองประจําการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร  

“เข้ ารั บการเตรียมพล”  หมายความว่า  เข้ารับการระดมพล  เข้ารับการตรวจสอบพล เข้ารับการฝึกวิชาทหาร  หรือเข้ารับการทดลองความพรั่งพร้อม  ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร  

“ลาติดตามคู่สมรส”  หมายความว่า  ลาติดตามสามี หรือภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายที่ เป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิ สาหกิจซึ่งไปปฏิบัติ หน้าที่ราชการหรือไปปฏิบัติงานในต่างประเทศหรือทางราชการสั่งให้

ไปปฏิบัติงานในต่างประเทศตั้งแต่   ๑  ปี ขึ้นไปตามความต้ องการของทางราชการตามพระราชกษฎีกาเกี่ยวกับการกําหนดหลักเกณฑ์ การสั่งให้ข้าราชการไปทําการซึ่งให้ นับเวลาระหว่างนั้นเหมือนเต็มเวลา

ราชการ  แต่ไม่รวมถึงกรณี ที่คู่สมรสลาไปศึกษา  ฝึกอบรม  ปฏิบัติการวิจัย  หรือดูงาน  ณ  ต่างประเทศ

ข้อ ๖ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับแก่ข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่ าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ข้ าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา

ข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่ าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง  และข้าราชการตํารวจตามกฎหมาย

ว่ าด้วยตํารวจแห่งชาติ

ในกรณีที่กระทรวง  ทบวง  กรม  หรือส่วนราชการที่ เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเทียบเท่ากรม มี เหตุพิเศษซึ่งจะต้องวางหลักเกณฑ์ และขั้นตอนวิธี ปฏิบัติ เกี่ยวกับการลาประเภทใดเพิ่มเติมหรือแตกต่างไปจากที่ ระเบียบนี้กําหนด  ให้ดําเนินการเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่ออนุมัติ ให้กําหนดระเบียบเป็นการเฉพาะได้

ทั้งนี้ให้ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี เสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาด้ วย

ข้อ ๗ การลาทุกประเภทตามระเบียบนี้  ถ้ามีกฎหมาย  ระเบียบ  หรือมติคณะรัฐมตรีกําหนดเกี่ยวกับการลาประเภทใดไว้ เป็นพิเศษ  ผู้ลาและผู้ มี อํานาจพิจารณาหรืออนุญาตจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย  ระเบียบ  หรือมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการลาประเภทนั้นด้วย

ข้อ ๘ ผู้มีอํานาจพิจารณาหรืออนุญาตการลา  และการใช้อํานาจพิจารณาหรืออนุญาตการลาสําหรับข้ าราชการแต่ละประเภท  ให้เป็นไปตามตารางที่กําหนดไว้ ท้ายระเบียบนี้  ส่วนราชการหรือหน่วยงานใดมี ข้าราชการหลายประเภทให้ ผู้ มีอํานาจพิจารณาหรืออนุญาตการลาของส่วนราชการหรือหน่วยงานนั้นมีอํานาจพิจารณาหรืออนุญาตการลาสําหรับข้าราชการทุกประเภทที่อยู่ในสังกัดส่วนราชการหรือหน่วยงานนั้น ในกรณีที่ผู้มีอํานาจอนุญาตการลาตามระเบี ยบนี้ไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ และมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนไม่อาจรอขออนุญาตจากผู้ มีอํานาจอนุญาตได้ ให้ ผู้ลาเสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้มีอํานาจอนุญาตชั้นเหนือขึ้นไปเพื่อพิจารณา  และเมื่ออนุญาตแล้วให้แจ้งให้ผู้มีอํานาจอนุญาตตามระเบียบนี้ทราบด้วย ผู้มีอํานาจพิจารณาหรืออนุญาตการลาจะมอบหมายหรือมอบอํานาจโดยทําเป็นหนังสือให้ แก่ผู้ดํารงตําแหน่งอื่น เป็นผู้พิจารณาหรืออนุญาตแทนก็ได้ โดยให้คํานึงถึงระดับตําแหน่งและความรับผิดชอบของผู้ รับมอบอํานาจเป็นสําคัญ การลาของข้าราชการในช่วงก่อนและหลังวันหยุดราชการประจําสัปดาห์ หรือวันหยุดราชการประจําปีเพื่อให้มีวันหยุดต่อเนื่องกันให้ผู้มีอํานาจพิจารณาหรืออนุญาตใช้ดุลพินิจตามความเหมาะสมและจําเป็นที่จะอนุญาตให้ ลาได้ โดยมิให้ เสียหายแก่การปฏิบัติ ราชการ

ข้อ ๙ ข้าราชการผู้ใดได้รับคสั่งให้ไปช่วยราชการ  ณ  หน่วยงานอื่นใดของทางราชการหากประสงค์จะลาป่วยลาคลอดบุตรลากิจส่วนตัว ลาพักผ่อน หรือลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพลในระหว่ างเวลาที่ไปช่วยราชการให้เสนอขออนุญาตลาต่อผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานที่ไปช่วยราชการ แล้วให้หน่วยงานนั้นรายงานจํานวนวันลาให้หน่วยงานต้นสังกัดของผู้นั้นทราบอย่างน้อยปีละครั้ง การลาประเภทอื่นนอกจากที่ ระบุไว้ในวรรคหนึ่ง ให้เสนอขออนุญาตลาต่อผู้มีอํานาจพิจารณาหรืออนุญาตการลาของส่วนราชการเจ้าสังกัดตามหลักเกณฑ์ที่ กําหนดสําหรับการลาประเภทนั้น

ข้อ ๑๐ การนับวันลาตามระเบียบนี้ให้นับตามปีงบประมาณการนับวันลาเพื่อประโยชน์ ในการเสนอหรือจัดส่งใบลา อนุญาตให้ ลา และคํานวณวันลา  ให้นับต่อเนื่องกันโดยนับวันหยุดราชการที่อยู่ในระหว่างวันลาประเภทเดียวกันรวมเป็นวันลาด้วยเว้นแต่การนับเพื่อปรโยชน์ในการคํานวณวันลาสําหรับวันลาป่วยที่ มิใช่วันลาป่วยตามกฎหมายว่ าด้วยการสงเคราะห์ ข้าราชการผู้ได้รับอันตรายหรือการป่วยเจ็บเพราะเหตุปฏิบัติราชการ วันลาไปช่วยเหลือ ภริยาที่คลอดบุตรวันลากิจส่วนตัว  และวันลาพักผ่อนให้ นับเฉพาะวันทําการ การลาป่วยหรือลากิจส่วนตัวซึ่งมีระยะเวลาต่อเนื่องกัน จะเป็นในปีงบประมาณเดียวกันหรือไม่ก็ตาม ให้นั บเป็นการลาครั้งหนึ่ง ถ้าจํานวนวันลาครั้งหนึ่งรวมกันเกินอํานาจของผู้มีอํานาจอนุญาตระดับใด ให้นําใบลาเสนอขึ้นไปตามลําดับจนถึงผู้ มีอํานาจอนุญาต ข้าราชการที่ได้รับอนุญาตให้ลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร  ลากิจส่วนตัวซึ่งมิใช่ลากิจส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูบุตรตาม

ข้อ  ๒๒  หรือลาพักผ่ อน  ซึ่งได้หยุ ดราชการไปยังไม่ครบกําหนด ถ้ามีราชการจําเป็นเกิดขึ้น ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอํานาจอนุญาตจะเรียกตัวมาปฏิ บัติ ราชการระหว่ างการลาก็ ได้  การลาของข้าราชการที่ถูก เรียกกลับมาปฏิบัติราชการระหว่างการลา  ให้ถือว่ าสิ้นสุดก่อนวันมาปฏิบัติ ราชการ  เว้ นแต่ ผู้มีอํานาจอนุญาตเห็นว่าการเดินทางต้องใช้ เวลา  ให้ถือว่ าสิ้นสุดก่อนวันเดินทางกลับ   การลาครึ่งวันในตอนเช้าหรือตอนบ่ายให้นับเป็นการลาครึ่งวันตามประเภทของการลานั้น ๆ ข้าราชการซึ่งได้รับอนุญาตให้ลา หากประสงค์จะยกเลิกวันลาที่ ยังไม่ได้หยุดราชการให้ เสนอขอยกเลิกวันลาต่ อผู้บังคับบัญชาตามลําดับจนถึงผู้มีอํานาจอนุญาตให้ลา และให้ ถือว่าการลาเป็นอันสิ้นสุดก่อนวันมาปฏิบัติราชการ

ข้อ ๑๑ เพื่อควบคุมให้เป็นไปตามระเบียบนี้ ให้ส่วนราชการจัดทําบัญชีลงเวลาการปฏิบัติราชการของข้าราชการในสังกัดโดยมีสาระสําคัญตามตัวอย่างท้ายระเบียบนี้ หรือจะใช้ เครื่องบันทึกเวลาการปฏิบัติ ราชการแทนก็ ได้

ในกรณีจําเป็นหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงหรือหัวหน้าส่วนราชการจะกําหนดวิธี ลงเวลาการปฏิบัติ ราชการ หรือวิธีควบคุมการปฏิบัติราชการของข้าราชการที่มีการปฏิบัติราชการในลักษณะพิเศษเป็นอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ จะต้องมีหลักฐานให้สามารถตรวจสอบวันเวลาการปฏิบัติ ราชการได้ด้วย

ข้อ ๑๒ การลาให้ใช้ใบลาตามแบบท้ายระเบียบนี้ เว้นแต่ ในกรณี จําเป็นหรือรีบด่วนจะใช้ ใบลาที่มีข้อความไม่ครบถ้วนตามแบบหรือจะลาโดยวิธีการอย่างอื่นก็ได้  แต่ต้องส่งใบลาตามแบบในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการ ส่วนราชการอาจนําระบบอิเล็กทรอนิกส์ มาประยุกต์ ใช้ในการเสนอใบลา อนุญาตให้ลา  และยกเลิกวันลา สําหรับการลาป่วย ลาพักผ่อนหรือลากิจส่วนตัวซึ่งมิใช่ลากิจส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูบุตร ตามข้ อ  ๒๒  ก็ได้  ทั้งนี้ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังกล่าวจะต้องเป็นระบบที่มีความปลอดภัย รัดกุมสามารถตรวจสอบตัวบุคคล และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการลาเป็นหลักฐานในราชการได้    

ข้อ ๑๓ ข้าราชการซึ่งประสงค์จะไปต่างประเทศในระหว่างการลาตามระเบี ยบนี้ หรือในระหว่ างวันหยุดราชการ ให้เสนอขออนุญาตต่อผู้บังคับบัญชาตามลําดับจนถึงหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงหรือหัวหน้าส่วนราชการในกรณีที่ ข้าราชการตามวรรคหนึ่งเป็นหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงให้เสนอขออนุญาต

ต่อรัฐมตรีเจ้าสังกัด ถ้าเป็นหัวหน้าส่วนราชการให้ เสนอขออนุญาตต่อปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรง แล้วแต่กรณีการอนุญาตของหัวหน้าส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง เมื่ออนุญาตแล้วให้ รายงานปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรง  แล้วแต่ กรณีทราบด้ วย

ข้อ ๑๔ การขออนุญาตไปต่างประเทศซึ่งอยู่ติดเขตแดนประเทศไทย  ให้ ผู้ว่ าราชการจังหวัดและนายอําเภอในท้องที่ที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศนั้นมีอํานาจอนุญาตให้ ข้าราชการในราชการบริหารส่วนภูมิภาคในสังกัดจังหวัดหรืออําเภอนั้น ๆไปประเทศนั้นได้ครั้งหนึ่งไม่เกิน ๗วั น และ ๓ วัน ตามลําดั บ

ข้อ ๑๕ ข้าราชการผู้ใดไม่สามารถมาปฏิบัติ ราชการได้ อันเนื่องมาจากพฤติการณ์ พิเศษซึ่งเกิดขึ้นกับบุคคลทั่วไปในท้องที่นั้น  หรือพฤติการณ์ พิเศษซึ่งเกิดขึ้นกับข้าราชการผู้นั้นและมิได้ เกิดจากความประมาท

เลินเล่อหรือความผิดของข้าราชการผู้นั้นเองโดยพฤติการณ์ พิเศษดังกล่าวร้ายแรงจนเป็นเหตุ ขัดขวาง

ทําให้ ไม่สามารถมาปฏิบัติ ราชการ  ณ  สถานที่ตั้งตามปกติให้ข้าราชการผู้นั้นรีบรายงานพฤติการณ์ที่ เกิดขึ้นรวมทั้งอุปสรรคขัดขวางที่ทําให้มาปฏิบัติ ราชการไม่ได้ต่อผู้บังคับบัญชาตามลําดับจนถึงหัวหน้า

ส่วนราชการขึ้นตรงหรือหัวหน้าส่วนราชการทันที ในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการ ในกรณีที่ข้าราชการตามวรรคหนึ่งเป็นหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงให้รายงานต่อรัฐมนตรี เจ้าสังกัดถ้าเป็นหัวหน้าส่วนราชการให้ รายงานต่อปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรง แล้วแต่กรณี ในกรณีที่รัฐมนตรี เจ้าสังกัด ปลัดกระทรวง  หัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรง  หรือหัวหน้าส่วนราชการเห็นว่าการที่ข้าราชการผู้นั้นไม่สามารถมาปฏิบัติ ราชการได้ เป็นเพราะพฤติการณ์ พิเศษตามวรรคหนึ่งให้สั่งให้การหยุดราชการของข้ าราชการผู้นั้นไม่นับเป็นวันลาตามจํ านวนวันที่ไม่มาปฏิบัติ ราชการได้ อันเนื่องมาจากพฤติการณ์พิเศษดังกล่าว ถ้าเห็นว่าไม่ เป็นพฤติการณ์ พิเศษให้ถือว่าวั นที่ข้าราชการผู้นั้นไม่มาปฏิบัติราชการเป็นวันลากิจส่วนตัว

ข้อ  ๑๖  การให้ได้รับเงินเดือนระหว่างการลาให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับการจ่ายเงินเดือน เงินปี   บําเหน็จ บํานาญ  และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน  

 

 

 

 

 

 

หมวด  ๒

ประเภทการลา

ข้อ ๑๗ การลาแบ่งออกเป็น  ๑๑  ประเภท  ดั งต่ อไปนี้

(๑) การลาป่วย

(๒) การลาคลอดบุตร

(๓) การลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร

(๔) การลากิจส่วนตัว

(๕) การลาพักผ่อน

(๖) การลาอุปสมบทหรือการลาไปประกอบพิธีฮัจย์

(๗) การลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล

(๘) การลาไปศึกษา  ฝึกอบรม  ปฏิบัติการวิจัย หรือดูงาน

(๙) การลาไปปฏิบัติ งานในองค์ การระหว่างประเทศ

(๑๐) การลาติดตามคู่ สมรส

(๑๑) การลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ  

 

 

ส่วนที่   ๑

การลาป่วย

ข้อ ๑๘ ข้าราชการซึ่งประสงค์จะลาป่วยเพื่อรักษาตัว  ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลําดับจนถึงผู้มีอํานาจอนุญาตก่อนหรือในวันที่ลา เว้นแต่ในกรณีจําเป็น  จะเสนอหรือจัดส่งใบลาในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการก็ได้  ในกรณีที่ข้าราชการผู้ ขอลามีอากาป่วยจนไม่ สามารถจะลงชื่อในใบลาได้  จะให้ผู้อื่นลาแทนก็ได้ แต่เมื่อสามารถลงชื่อได้ แล้ว  ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาโดยเร็ว

การลาป่วยตั้งแต่  ๓๐  วันขึ้นไป ต้องมีใบรับรองของแพทย์ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแนบไปกับใบลาด้ วย  ในกรณีจําเป็นหรือเห็นสมควร  ผู้มีอํานาจอนุญาตจะสั่งให้ใช้ใบรับรองของแพทย์ อื่นซึ่งผู้มีอํานาจอนุญาตเห็นชอบแทนก็ได้ การลาป่วยไม่ถึง  ๓๐วัน  ไม่ว่าจะเป็นการลาครั้งเดียวหรือหลายครั้งติดต่อกั น ถ้าผู้ มีอํานาจอนุญาตเห็นสมควร  จะสั่งให้มีใบรับรองของแพทย์ ตามวรรคสามประกอบใบลา  หรือสั่งให้ ผู้ลาไปรับการตรวจจากแพทย์ ของทางราชการเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตก็ได้

 

 

 

 

ส่วนที่   ๒

การลาคลอดบุ ตร

ข้อ ๑๙ ข้าราชการซึ่งประสงค์จะลาคลอดบุตรให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้ บังคับบัญชาตามลําดับจนถึงผู้มีอํานาจอนุญาตก่อนหรือในวันที่ลา เว้นแต่ไม่สามารถจะลงชื่อในใบลาได้ จะให้ผู้อื่นลาแทนก็ได้ แต่ เมื่อสามารถลงชื่อได้แล้วให้เสนอหรือจัดส่งใบลาโดยเร็วโดยไม่ต้องมีใบรับรองของแพทย์  การลาคลอดบุตรจะลาในวันที่คลอด ก่อน หรือหลังวันที่คลอดบุตรก็ได้  แต่เมื่อรวมวันลาแล้วต้องไม่เกิน ๙๐ วั นข้าราชการที่ ได้รับอนุญาตให้ ลาคลอดบุ ตรและได้ หยุ ดราชการไปแล้ ว  แต่ ไม่ ได้ คลอดบุ ตร

ตามกํ าหนด  หากประสงค์ จะขอยกเลิ กวั นลาคลอดบุ ตรที ่ หยุ ดไป  ให้ ผู ้ มี อํ านาจอนุ ญาตอนุ ญาตให้ ยกเลิ ก

วั นลาคลอดบุ ตรได้   โดยให้ ถื อว่ าวั นที ่ ได้ หยุ ดราชการไปแล้ วเป็ นวั นลากิ จส่ วนตั ว

การลาคลอดบุ ตรคาบเกี ่ ยวกั บการลาประเภทใดซึ ่ งยั งไม่ ครบกํ าหนดวั นลาของการลาประเภทนั ้ น

ให้ ถื อว่ าการลาประเภทนั ้ นสิ ้ นสุ ดลง  และให้ นั บเป็ นการลาคลอดบุ ตรตั ้ งแต่ วั นเริ ่ มวั นลาคลอดบุ ตร

ส่ วนที ่   ๓

การลาไปช่ วยเหลื อภริ ยาที ่ คลอดบุ ตร

 

 

ข้ อ ๒๐ ข้ าราชการซึ ่ งประสงค์ จะลาไปช่ วยเหลื อภริ ยาโดยชอบด้ วยกฎหมายที ่ คลอดบุ ตร

ให้ เสนอหรื อจั ดส่ งใบลาต่ อผู ้ บั งคั บบั ญชาตามลํ าดั บจนถึ งผู ้ มี อํ านาจอนุ ญาตก่ อนหรื อในวั นที ่ ลาภายใน

๙๐  วั น  นั บแต่ วั นที ่ คลอดบุ ตร  และให้ มี สิ ทธิ ลาไปช่ วยเหลื อภริ ยาที

่ คลอดบุ ตรครั ้ งหนึ ่ งติ ดต่ อกั นได้

ไม่ เกิ น  ๑๕  วั นทํ าการ

ผู ้ มี อํ านาจอนุ ญาตตามวรรคหนึ ่ งอาจให้ แสดงหลั กฐานประกอบการพิ จารณาอนุ ญาตด้ วยก็ ได้

  หน้ า   ๗

เล่ ม   ๑๒๙   ตอนพิ เศษ   ๒๒   ง ราชกิ จจานุ เบกษา ๒๔   มกราคม   ๒๕๕๕

 

 

 

 

 

 

ส่ วนที ่   ๔

การลากิ จส่ วนตั ว

ข้ อ ๒๑ ข้ าราชการซึ ่ งประสงค์ จะลากิ จส่ วนตั ว  ให้ เสนอหรื อจั ดส่ งใบลาต่ อผู ้ บั งคั บบั ญชา

ตามลํ าดั บจนถึ งผู ้ มี อํ านาจอนุ ญาต  และเมื ่ อได้ รั บอนุ ญาตแล้ วจึ งจะหยุ ดราชการได้   เว้ นแต่ มี เหตุ จํ าเป็ น

ไม่ สามารถรอรั บอนุ ญาตได้ ทั น  จะเสนอหรื อจั ดส่ งใบลาพร้ อมระบุ เหตุ จํ าเป็ นไว้   แล้ วหยุ ดราชการไปก่ อนก็ ได้

แต่

จะต้ องชี ้ แจงเหตุ ผลให้ ผู ้ มี อํ านาจอนุ ญาตทราบโดยเร็ ว

ในกรณี มี เหตุ พิ เศษที ่ ไม่ อาจเสนอหรื อจั ดส่ งใบลาก่ อนตามวรรคหนึ ่ งได้   ให้ เสนอหรื อจั ดส่ งใบลา

พร้ อมทั ้ งเหตุ ผลความจํ าเป็ นต่ อผู ้ บั งคั บบั ญชาตามลํ าดั บจนถึ งผู ้ มี อํ านาจอนุ ญาตทั นที ในวั นแรก

ที ่ มาปฏิ บั ติ ราชการ  

ข้ อ ๒๒ ข้ าราชการที ่ ลาคลอดบุ ตรตามข้ อ  ๑๙  แล้ ว  หากประสงค์

จะลากิ จส่ วนตั วเพื ่ อเลี ้ ยงดู บุ ตร

ให้ มี สิ ทธิ ลาต่ อเนื ่ องจากการลาคลอดบุ ตรได้ ไม่ เกิ น  ๑๕๐  วั นทํ าการ  

 

 

ส่ วนที ่   ๕

การลาพั กผ่ อน

ข้ อ ๒๓ ข้ าราชการมี สิ ทธิ ลาพั กผ่ อนประจํ าปี ในปี งบประมาณหนึ ่ งได้   ๑๐  วั นทํ าการ  เว้ นแต่

ข้ าราชการดั งต่ อไปนี ้ ไม่ มี สิ ทธิ ลาพั กผ่ อนประจํ าปี ในปี ที ่ ได้ รั บบรรจุ เข้ ารั บราชการยั งไม่ ถึ ง  ๖  เดื อน

(๑) ผู ้ ซึ ่ งได้ รั บบรรจุ เข้ ารั บราชการเป็ นข้ าราชการครั ้ งแรก

(๒) ผู ้ ซึ ่ งลาออกจากราชการเพราะเหตุ ส่ วนตั ว  แล้ วต่ อมาได้ รั บบรรจุ เข้ ารั บราชการอี ก

(๓) ผู ้ ซึ ่ งลาออกจากราชการเพื

่ อดํ ารงตํ าแหน่ งทางการเมื องหรื อเพื ่ อสมั ครรั บเลื อกตั ้ งแล้ วต่ อมา

ได้ รั บบรรจุ เข้ ารั บราชการอี กหลั ง  ๖  เดื อน  นั บแต่ วั นออกจากราชการ

(๔) ผู ้ ซึ ่ งถู กสั ่ งให้ ออกจากราชการในกรณี อื ่ น  นอกจากกรณี ไปรั บราชการทหารตามกฎหมาย

ว่ าด้ วยการรั บราชการทหาร  และกรณี ไปปฏิ บั ติ งานใด ๆ  ตามความประสงค์ ของทางราชการ  แล้ วต่ อมา

ได้ รั บบรรจุ เข้ ารั บราชการอี ก  

ข้ อ ๒๔ ถ้ าในปี ใดข้ าราชการผู ้ ใดมิ ได้

ลาพั กผ่ อนประจํ าปี   หรื อลาพั กผ่ อนประจํ าปี แล้ วแต่ ไม่ ครบ

๑๐  วั นทํ าการ  ให้ สะสมวั นที ่ ยั งมิ ได้ ลาในปี นั ้ นรวมเข้ ากั บปี ต่ อ ๆ  ไปได้   แต่ วั นลาพั กผ่ อนสะสมรวมกั บ

วั นลาพั กผ่ อนในปี ปั จจุ บั นจะต้ องไม่ เกิ น  ๒๐  วั นทํ าการ

สํ าหรั บผู ้ ที ่ ได้ รั บราชการติ ดต่ อกั นมาแล้ วไม่ น้ อยกว่ า

  ๑๐  ปี   ให้ มี สิ ทธิ นํ าวั นลาพั กผ่ อนสะสม

รวมกั บวั นลาพั กผ่ อนในปี ปั จจุ บั นได้ ไม่ เกิ น  ๓๐  วั นทํ าการ

  หน้ า   ๘

เล่ ม   ๑๒๙   ตอนพิ เศษ   ๒๒   ง ราชกิ จจานุ เบกษา ๒๔   มกราคม   ๒๕๕๕

 

 

 

ข้ อ ๒๕ ให้ ข้ าราชการที ่ ประจํ าการในต่ างประเทศในเมื องที ่ กํ าลั งพั ฒนาซึ ่ งตั ้ งอยู ่ ในภู มิ ภาค

แอฟริ กา  ลาติ นอเมริ กา  และอเมริ กากลาง  หรื อเมื องที ่ มี ความเป็ นอยู ่ ยากลํ าบาก  เมื องที ่ มี ภาวะ

ความเป็ นอยู ่ ไม่ ปกติ   และเมื องที ่ มี สถานการณ์ พิ เศษ  มี สิ ทธ

ิ ลาพั กผ่ อนประจํ าปี ในปี หนึ ่ งได้ เพิ ่ มขึ ้ นอี ก

๑๐  วั นทํ าการ  สํ าหรั บวั นลาตามข้ อนี ้ มิ ให้ นํ าวั นที ่ ยั งมิ ได้ ลาในปี นั ้ นรวมเข้ ากั บปี ต่ อไป  

การกํ าหนดรายชื ่ อเมื องตามวรรคหนึ ่ ง  ให้ เป็ นไปตามที ่ ปลั ดสํ านั กนายกรั ฐมนตรี ประกาศ

กํ าหนดอย่ างน้ อยปี ละหนึ ่ งครั ้ ง  

ข้ อ ๒๖ ข้ าราชการซึ ่ งประสงค์ จะลาพั กผ่ อน

  ให้ เสนอหรื อจั ดส่ งใบลาต่ อผู ้ บั งคั บบั ญชา

ตามลํ าดั บจนถึ งผู ้ มี อํ านาจอนุ ญาต  และเมื ่ อได้ รั บอนุ ญาตแล้ วจึ งจะหยุ ดราชการได้

ข้ อ ๒๗ การอนุ ญาตให้ ลาพั กผ่ อน  ผู ้ มี อํ านาจอนุ ญาตจะอนุ ญาตให้ ลาครั ้ งเดี ยวหรื อหลายครั ้ ง

ก็ ได้   โดยมิ ให้ เสี ยหายแก่ ราชการ

ข้ อ ๒๘ ข้ าราชการประเภทใดที ่ ปฏิ บั ติ งานในสถานศึ กษาและมี วั นหยุ ดภาคการศึ กษา  หากได้

หยุ ดราชการตามวั นหยุ ดภาคการศ

ึ กษาเกิ นกว่ าวั นลาพั กผ่ อนตามระเบี ยบนี ้   ไม่ มี สิ ทธิ ลาพั กผ่ อนตามที ่

กํ าหนดไว้ ในส่ วนนี ้

 

ส่ วนที ่   ๖

การลาอุ ปสมบทหรื อการลาไปประกอบพิ ธี ฮั จย์

 

 

ข้ อ ๒๙ ข้ าราชการซึ ่ งประสงค์ จะลาอุ ปสมบทในพระพุ ทธศาสนา  หรื อข้ าราชการที ่ นั บถื อ

ศาสนาอิ สลามซึ ่ งประสงค์ จะลาไปประกอบพิ ธี ฮั จย์   ณ  เมื องเมกกะ  ประเทศซาอุ ดี อาระเบี ย  ให้ เสนอ

หรื อจั ดส่ งใบลาต่ อผู ้ บั งคั บบั ญชาตามลํ าดั บจนถึ งผู ้ มี อํ านาจพิ จารณาหรื ออนุ ญาตก่ อนวั นอุ ปสมบท

หร

ื อก่ อนวั นเดิ นทางไปประกอบพิ ธี ฮั จย์ ไม่ น้ อยกว่ า  ๖๐  วั น

ในกรณี มี เหตุ พิ เศษไม่ อาจเสนอหรื อจั ดส่ งใบลาก่ อนตามวรรคหนึ ่ ง  ให้ ชี ้ แจงเหตุ ผลความจํ าเป็ น

ประกอบการลา  และให้ อยู ่ ในดุ ลพิ นิ จของผู ้ มี อํ านาจพิ จารณาหรื ออนุ ญาตที ่ จะพิ จารณาให้ ลาหรื อไม่ ก็ ได้

ข้ อ ๓๐ ข้ าราชการที ่ ได้ รั บพระราชทานพระบรมราชานุ ญาตให้ ลาอุ ปสมบทหรื อได้ รั บอนุ ญาต

ให้ ลาไปประกอบพิ ธี ฮั จย์ ตามข้ อ  ๒๙  แล้ ว  จะต้

องอุ ปสมบทหรื อออกเดิ นทางไปประกอบพิ ธี ฮั จย์ ภายใน

๑๐  วั นนั บแต่ วั นเริ ่ มลา  และจะต้ องกลั บมารายงานตั วเข้ าปฏิ บั ติ ราชการภายใน  ๕  วั นนั บแต่ วั นที ่ ลาสิ กขา

หรื อวั นที ่ เดิ นทางกลั บถึ งประเทศไทยหลั งจากการเดิ นทางไปประกอบพิ ธี ฮั จย์   ทั ้ งนี ้   จะต้ องนั บรวมอยู ่

ภายในระยะเวลาที ่ ได้ รั บอนุ ญาตการลา

ข้ าราชการที ่ ได้ รั บพระราชทานพระบรมราชานุ ญาตให้ ลาอุ ปสมบทหรื

อได้ รั บอนุ ญาตให้ ลา

ไปประกอบพิ ธี ฮั จย์ และได้ หยุ ดราชการไปแล้ ว  หากปรากฏว่ ามี ปั ญหาอุ ปสรรคทํ าให้ ไม่ สามารถอุ ปสมบท

หรื อไปประกอบพิ ธี ฮั จย์ ตามที ่ ขอลาไว้   เมื ่ อได้ รายงานตั วกลั บเข้ าปฏิ บั ติ ราชการตามปกติ และขอยกเลิ กวั นลา

ให้ ผู ้ มี อํ านาจตามข้ อ  ๒๙  พิ จารณาหรื ออนุ ญาตให้ ยกเลิ กวั นลาอุ ปสมบทหรื อไปประกอบพิ ธี ฮั จย์ โดยให้

ถื อว่ าวั นที ่ ได้ หยุ ดราชการไปแล้ วเป็ นวั นลากิ จส่

วนตั ว

  หน้ า   ๙

เล่ ม   ๑๒๙   ตอนพิ เศษ   ๒๒   ง ราชกิ จจานุ เบกษา ๒๔   มกราคม   ๒๕๕๕

 

 

 

 

ส่ วนที ่   ๗

การลาเข้ ารั บการตรวจเลื อกหรื อเข้ ารั บการเตรี ยมพล

 

 

ข้ อ ๓๑ ข้ าราชการที ่ ได้ รั บหมายเรี ยกเข้ ารั บการตรวจเลื อก  ให้ รายงานลาต่ อผู ้ บั งคั บบั ญชา

ก่ อนวั นเข้ ารั บการตรวจเลื อกไม่ น้ อยกว่ า  ๔๘  ชั ่ วโมง  ส่ วนข้ าราชการที ่ ได้ รั บหมายเรี ยกเข้ ารั บ

การเตรี ยมพลให้ รายงานลาต่ อผู ้ บั งคั บบั ญชาภายใน  ๔๘  ชั ่ วโมงนั บแต

่ เวลารั บหมายเรี ยกเป็ นต้ นไป

และให้ ไปเข้ ารั บการตรวจเลื อก  หรื อเข้ ารั บการเตรี ยมพลตามวั นเวลาในหมายเรี ยกนั ้ นโดยไม่ ต้ องรอรั บ

คํ าสั ่ งอนุ ญาต  และให้ ผู ้ บั งคั บบั ญชาเสนอรายงานลาไปตามลํ าดั บจนถึ งหั วหน้ าส่ วนราชการขึ ้ นตรง

หรื อหั วหน้ าส่ วนราชการ

ในกรณี ที ่ ข้ าราชการตามวรรคหนึ ่ งเป็ นหั วหน้ าส่ วนราชการขึ ้ นตรงให้ รายงานลาต่ อร

ั ฐมนตรี

เจ้ าสั งกั ด  ถ้ าเป็ นหั วหน้ าส่ วนราชการให้ รายงานลาต่ อปลั ดกระทรวงหรื อหั วหน้ าส่ วนราชการขึ ้ นตรง

แล้ วแต่ กรณี

ข้ อ ๓๒ เมื ่ อข้ าราชการที ่ ลานั ้ นพ้ นจากการเข้ ารั บการตรวจเลื อกหรื อเข้ ารั บการเตรี ยมพลแล้ ว

ให้ มารายงานตั วกลั บเข้ าปฏิ บั ติ ราชการตามปกติ ต่ อผู ้ บั งคั บบั ญชาภายใน  ๗  วั น

  เว้ นแต่ กรณี ที ่ มี เหตุ

จํ าเป็ น  ปลั ดกระทรวง  หั วหน้ าส่ วนราชการขึ ้ นตรง  หั วหน้ าส่ วนราชการ  หรื อรั ฐมนตรี เจ้ าสั งกั ดตามข้ อ  ๓๑

อาจขยายเวลาให้ ได้ แต่ รวมแล้ วไม่ เกิ น  ๑๕  วั น

ส่ วนที ่   ๘

การลาไปศึ กษา  ฝึ กอบรม  ปฏิ บั ติ การวิ จั ย  หรื อดู งาน

 

 

ข้ อ ๓๓ ข้ าราชการซึ ่ งประสงค์ จะลาไปศึ กษา  ฝึ กอบรม  ปฏิ บั ติ การวิ จั ย   หรื อดู งาน

ในประเทศหรื อต่ างประเทศ  ให้ เสนอหรื อจั ดส่ งใบลาต่ อผู ้ บั งคั บบั ญชาตามลํ าดั บจนถึ งหั วหน้ าส่ วนราชการ

ยกเว้ นผู ้ ว่ าราชการจั งหวั ด  หรื อหั วหน้ าส่ วนราชการขึ ้ นตรง  แล้ วแต่ กรณี   เพื ่ อพิ จารณาอนุ ญาต  

การอนุ ญาตของหั วหน้ าส่ วนราชการตามวรรคหนึ

่ ง  เมื ่ ออนุ ญาตแล้ วให้ รายงานปลั ดกระทรวง

หรื อหั วหน้ าส่ วนราชการขึ ้ นตรง  แล้ วแต่ กรณี   ทราบด้ วย

ในกรณี ที ่ ข้ าราชการตามวรรคหนึ ่ งเป็ นหั วหน้ าส่ วนราชการขึ ้ นตรงให้ เสนอหรื อจั ดส่ งใบลา

ต่ อรั ฐมนตรี เจ้ าสั งกั ด  ถ้ าเป็ นหั วหน้ าส่ วนราชการให้ เสนอหรื อจั ดส่ งใบลาต่ อปลั ดกระทรวงหรื อหั วหน้ า

ส่ วนราชการขึ ้ นตรง  แล้ วแต่

กรณี   เพื ่ อพิ จารณาอนุ ญาต  

ส่ วนที ่   ๙

การลาไปปฏิ บั ติ งานในองค์ การระหว่ างประเทศ

 

 

ข้ อ ๓๔ ข้ าราชการซึ ่ งประสงค์ จะลาไปปฏิ บั ติ งานในองค์ การระหว่ างประเทศ  ให้ เสนอ

หรื อจั ดส่ งใบลาต่ อผู ้ บั งคั บบั ญชาตามลํ าดั บจนถึ งรั ฐมนตรี เจ้ าสั งกั ดเพื ่ อพิ จารณาอนุ ญาต  โดยถื อปฏิ บั ติ

ตามหลั กเกณฑ์ ที ่ กํ าหนดไว้ ในพระราชกฤษฎี กาเกี ่ ยวกั บการกํ าหนดหลั กเกณฑ์ การสั ่ งให้ ข้ าราชการไปทํ า

การซึ ่ งให้ นั บเวลาระหว่ างนั ้ นเหมื อนเต็

มเวลาราชการ  

  หน้ า   ๑๐

เล่ ม   ๑๒๙   ตอนพิ เศษ   ๒๒   ง ราชกิ จจานุ เบกษา ๒๔   มกราคม   ๒๕๕๕

 

 

 

ข้ อ ๓๕ ข้ าราชการที ่ ลาไปปฏิ บั ติ งานในองค์ การระหว่ างประเทศที ่ มี ระยะเวลาไม่ เกิ น  ๑  ปี

เมื ่ อปฏิ บั ติ งานแล้ วเสร็ จ  ให้ รายงานตั วเข้ าปฏิ บั ติ หน้ าที ่ ราชการภายใน  ๑๕  วั น  นั บแต่ วั นครบ

กํ าหนดเวลาและให้ รายงานผลเกี ่ ยวกั บการลาไปปฏิ บั ติ งานให้ รั ฐมนตรี เจ้ าส

ั งกั ดทราบภายใน  ๓๐  วั น

นั บแต่ วั นที ่ กลั บมาปฏิ บั ติ หน้ าที ่ ราชการ

การรายงานผลเกี ่ ยวกั บการลาไปปฏิ บั ติ งานตามวรรคหนึ ่ ง  ให้ ใช้ แบบรายงานตามที ่ กํ าหนดไว้

ท้ ายระเบี ยบนี ้

 

ส่ วนที ่   ๑๐

การลาติ ดตามคู ่ สมรส

ข้ อ ๓๖ ข้ าราชการซึ ่ งประสงค์ จะลาติ ดตามคู ่ สมรส  ให้ เสนอหรื อจั ดส่ งใบลาต่ อผู ้ บั งคั บบั ญชา

ตามลํ าดั บจนถึ งปลั ดกระทรวงหรื อหั วหน้ าส่ วนราชการขึ ้ นตรง  แล้ วแต่ กรณี   เพื ่ อพิ จารณาอนุ ญาตให้ ลาได้

ไม่ เกิ น  ๒  ปี   และในกรณี จํ าเป็ นอาจอนุ ญาตให้ ลาต่ อได้ อี ก  ๒  ปี   แต่ เมื ่ อรวมแล้ วต

้ องไม่ เกิ น  ๔  ปี

ถ้ าเกิ น  ๔  ปี ให้ ลาออกจากราชการ

ในกรณี ที ่ ข้ าราชการตามวรรคหนึ ่ งเป็ นปลั ดกระทรวง  หรื อหั วหน้ าส่ วนราชการขึ ้ นตรงให้ เสนอ

หรื อจั ดส่ งใบลาต่ อรั ฐมนตรี เจ้ าสั งกั ด  

ข้ อ ๓๗ การพิ จารณาอนุ ญาตให้ ข้ าราชการลาติ ดตามคู ่ สมรส  ผู ้ มี อํ านาจอนุ ญาตจะอนุ ญาต

ให้ ลาครั ้ งเดี ยวหรื อหลายครั ้ งก็ ได้ โดยมิ ให

้ เสี ยหายแก่ ราชการ  แต่ เมื ่ อรวมแล้ วจะต้ องไม่ เกิ นระยะเวลา

ตามที ่ กํ าหนดในข้ อ  ๓๖  และจะต้ องเป็ นกรณี ที ่ คู ่ สมรสอยู ่ ปฏิ บั ติ หน้ าที ่ ราชการ  หรื อปฏิ บั ติ งาน

ในต่ างประเทศเป็ นระยะเวลาติ ดต่ อกั น  ไม่ ว่ าจะอยู ่ ปฏิ บั ติ หน้ าที ่ ราชการหรื อปฏิ บั ติ งานในประเทศ

เดี ยวกั นหรื อไม่

ข้ อ ๓๘ ข้ าราชการที ่ ได้ ลาติ ดตามคู ่ สมรสครบกํ าหนดระยะเวลาตามข้ อ  ๓๖  ในระหว่ างเวลา

ที ่ คู ่ สมรสอยู ่ ปฏิ บั ติ หน้ าที ่ ราชการหรื อปฏิ บั ติ งานในต่ างประเทศติ ดต่ อกั นคราวหนึ ่ งแล้ ว  ไม่ มี สิ ทธิ ขอลา

ติ ดตามคู ่ สมรสอี ก  เว้ นแต่ คู ่ สมรสจะได้ กลั บมาปฏิ บั ติ หน้ าที ่ ราชการหรื อปฏิ บั ติ งานประจํ าในประเทศไทย

แล้ วต่ อมาได้ รั บคํ

าสั ่ งให้ ไปปฏิ บั ติ หน้ าที ่ ราชการหรื อไปปฏิ บั ติ งานในต่ างประเทศอี ก  จึ งจะมี สิ ทธิ ขอลา

ติ ดตามคู ่ สมรสตามข้ อ  ๓๖  ได้ ใหม่

ส่ วนที ่   ๑๑

การลาไปฟื ้ นฟู สมรรถภาพด้ านอาชี พ

 

 

ข้ อ ๓๙ ข้ าราชการผู ้ ใดได้ รั บอั นตรายหรื อการป่ วยเจ็ บเพราะเหตุ ปฏิ บั ติ ราชการในหน้ าที ่   

หรื อถู กประทุ ษร้ ายเพราะเหตุ กระทํ าการตามหน้ าที ่   จนทํ าให้ ตกเป็ นผู ้ ทุ พพลภาพหรื อพิ การ

หากข้ าราชการผู ้ นั ้ นประสงค์ จะลาไปเข้ ารั บการฝึ กอบรมหลั กสู ตรเกี ่ ยวกั บการฟื ้ นฟู สมรรถภาพที ่ จํ าเป็ น

ต่ อการปฏิ บั

ติ หน้ าที ่ ราชการ  หรื อที ่ จํ าเป็ นต่ อการประกอบอาชี พ  แล้ วแต่ กรณี   มี สิ ทธิ ลาไปฟื ้ นฟู

สมรรถภาพด้ านอาชี พครั ้ งหนึ ่ งได้ ตามระยะเวลาที ่ กํ าหนดไว ้ ในหลั กสู ตรที ่ ประสงค์ จะลา  แต่ ไม่ เกิ น  ๑๒  เด ื อน  

  หน้ า   ๑๑

เล่ ม   ๑๒๙   ตอนพิ เศษ   ๒๒   ง ราชกิ จจานุ เบกษา ๒๔   มกราคม   ๒๕๕๕

 

 

 

ข้ าราชการที ่ ได้ รั บอั นตรายหรื อการป่ วยเจ็ บจนทํ าให้ ตกเป็ นผู ้ ทุ พพลภาพหรื อพิ การเพราะเหตุ อื ่ น

นอกจากที ่ กํ าหนดในวรรคหนึ ่ ง  และผู ้ มี อํ านาจสั ่ งบรรจุ พิ จารณาแล้ วเห็ นว่ ายั งสามารถรั บราชการต่ อไปได้

หากข้ าราชการผู ้ นั ้ นประสงค์ จะลาไปเข้ ารั บการฝึ กอบรมหลั กสู ตรเกี ่ ยวกั บการฟื ้ นฟู สมรรถภาพที ่ จํ าเป็ น

ต่ อการปฏิ บั ติ หน้ าที ่ ราชการ  ให้ ผู ้ มี

อํ านาจพิ จารณาหรื ออนุ ญาตพิ จารณาให้ ลาไปฟื ้ นฟู สมรรถภาพ

ด้ านอาชี พดั งกล่ าวครั ้ งหนึ ่ งได้ ตามระยะเวลาที ่ กํ าหนดไว้ ในหลั กสู ตรที ่ ประสงค์ จะลา  แต่ ไม่ เกิ น  ๑๒  เดื อน

หลั กสู ตรตามวรรคหนึ ่ งและวรรคสองต้ องเป็ นหลั กสู ตรที ่ ส่ วนราชการ  หน่ วยงานอื ่ นของรั ฐ

องค์ กรการกุ ศลอั นเป็ นสาธารณะหรื อสถาบั นที ่ ได้ รั บการรั บรองจากหน่ วยงานของทางราชการ  เป็ นผู ้ จั ด

หรื อร่ วมจั ด

ข้ อ

๔๐ ข้ าราชการซึ ่ งประสงค์ จะลาไปฟื ้ นฟู สมรรถภาพด้ านอาชี พตามข้ อ  ๓๙  ให้ เสนอหรื อ

จั ดส่ งใบลาต่ อผู ้ บั งคั บบั ญชาตามลํ าดั บจนถึ งผู ้ มี อํ านาจพิ จารณาหรื ออนุ ญาตพร้ อมแสดงหลั กฐานเกี ่ ยวกั บ

หลั กสู ตรที ่ ประสงค์ จะลา  และเอกสารที ่ เกี ่ ยวข้ อง  (ถ้ ามี )  เพื ่ อพิ จารณาอนุ ญาต  และเมื ่ อได้ รั บอนุ ญาตแล้ ว

จึ งจะหยุ ดราชการเพื ่ อไปฟื ้ นฟู สมรรถภาพด้ านอาชี พได้

 

หมวด  ๓

การลาของข้ าราชการการเมื อง

 

 

ข้ อ ๔๑ การลาทุ กประเภทและการไปต่ างประเทศของนายกรั ฐมนตรี   ให้ อยู ่ ในดุ ลพิ นิ จ

ของนายกรั ฐมนตรี   และแจ้ งให้ คณะรั ฐมนตรี ทราบ

ข้ อ ๔๒ การลาทุ กประเภทและการไปต่ างประเทศของข้ าราชการการเมื อง  ให้ เป็ นอํ านาจ

ของนายกรั ฐมนตรี ในฐานะหั วหน้ ารั ฐบาล  หรื อในฐานะรั ฐมนตรี เจ้ าสั งกั ด   รองนายกรั ฐมนตรี

หรื อรั ฐมนตรี เจ้ าสั งกั ด  แล้ วแต่ กรณี   เป

็ นผู ้ พิ จารณาอนุ ญาต

ข้ อ ๔๓ การลาทุ กประเภทและการไปต่ างประเทศของข้ าราชการการเมื องกรุ งเทพมหานคร

ซึ ่ งเป็ นข้ าราชการการเมื องตามกฎหมายว่ าด้ วยระเบี ยบข้ าราชการการเมื อง  ให้ เป็ นอํ านาจของผู ้ ว่ าราชการ

กรุ งเทพมหานครหรื อประธานสภากรุ งเทพมหานคร  แล้ วแต่ กรณี   เป็ นผู ้ พิ จารณาอนุ ญาต

 

ประกาศ  ณ  วันที่ ๑๑  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๕

ยิ่งลักษณ์   ชินวั ตร

นายกรัฐมนตรี

  

LAST_UPDATED2
 
 

ลองทำดู 1

ใครไม่ได้เป็นทนายชี้แจง กรณีข้อพิพาทปราสาทพระวิหารของไทย
 

ลองทำดู 2

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ตั้งอยู่ประเทศใด
 

ลองทำดู 3

ปัจจุบันประเทศใดเป็นประธานอาเซียน